เงาพราย..ออกอากาศทุกวันศุกร์ เสาร์และอาทิตย์ เวลา 20.25 น.

freedom 14 มิ.ย. 2554 17:21
ศักยะ (ศรราม เทพพิทักษ์ ) เดินทางกลับเมืองไทยหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของ นาวาโท หลวงสินาดชลยุทธ์ ซึ่งเป็นปู่แท้ๆของเขาซึ่งมอบมรดกบ้านสินาดชลยุทธ์และทรัพย์อีกจำนวนหนึ่ง ส่วนนิศรา(อภิสรา ฉวีวงษ์)ลูกพี่ลูกน้องได้ทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง และหลวงสินาดฯได้มอบเงิน 1 ล้านบาท ให้กับ ลพ(กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล)เพื่อน รักและผู้มีพระคุณแต่ยังหาเขาไม่พบ และหลวงสินาดฯยังระบุไว้ในพินัยกรรมว่าให้ศักยะนำของขลังที่เก็บในกระท่อม ท้ายบ้านไปถ่วงลงน้ำที่ปากอ่าวทั้งหมด แต่เมื่อตาจอน (ไกรลาศ เกรียงไกร) พาศักยะนำของขลังไปทิ้งปากอ่าวตามที่คุณปู่สั่งไว้ ศักยะกลับแอบนำโถลายครามออกมาและเขาก็สังเกตเห็นควันพวยพุ่งขึ้นมาก่อนจะ ละลายหายไปในอากาศ หลังจากนั้น ศักยะนำโถลายครามไปขายให้รัชต์ (เกียรติกมล ล่าทา) เพื่อนเก่าสมัยมัธยมของเขา แต่รัชต์ไม่ซื้อเพราะเห็นรอยแตกร้าวที่โถ ที่นั่น ศักยะที่พบ พิมพ์พัสตรา (ชาเคอลีน มิ้นช์ ) แฟนของรัชต์ เขารู้สึกชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น

ศักยะ นำโถลายครากลับบ้านเขาเห็นสิ่งประหลาดเหมือนหนอนแหวกว่ายในนั้น จึงตกใจและขว้างไปจนโถแตกเป็นเสี่ยงๆ คืนหนึ่ง ศักยะฝันเห็นเจ้าคุณปู่ตำหนิเขาที่ไม่นำผอบแก้วไปถ่วงน้ำ เขารู้สึกว่าบ้านหลังนี้มีอะไรแปลกๆจึงปรึกษากับรัชต์ว่าอยากจะขาย แต่รัชต์เสียดายจึงท้วงว่าจะขอเช่าเป็นออฟฟิศสำหรับสำนักงานตกแต่งบ้านของ เขา ศักยะจึงตอบตกลงทันที ในคืนนั้น เขาพบพราย มันบอกว่ามันสามารถบันดาลทุกสิ่งที่เขาต้องการได้ ศักยะลองทดสอบดูก็ได้สิ่งที่เขาต้องการจริงๆ แต่เขาก็เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ต่อมา ศักยะได้พบกับ เรนหรือวัสสา (ราศรี บาเลนซิเอก้า) ผู้ ช่วยของรัชต์ ศักยะให้เจ้าพรายช่วยตามหาลูกหลานของเพื่อนคุณปู่ให้มารับมรดก จึงได้รู้ว่าเรนเป็นลูกหลานของคุณตาลพที่เขาตามหา ซึ่งคุณตาลพไม่มีลูกหลานอื่น นอกจากน้องชายของท่านคือ คุณตาเลิศ (ชุมพร เทพพิทักษ์) ซึ่งเป็นตาแท้ๆของเรน วันหนึ่ง เมื่อเรนมาดูแลงานตกแต่งออฟฟิศในตอนเย็น เธอก็ได้พบกับคนรูปร่างเหมือนเด็กแต่หน้าแก่ มันหลอกให้เธอไปแขวนคอที่ต้นไม้ใหญ่ โชคดีที่ศักยะมาพบเข้าและช่วยเธอได้ทันเวลา ตาจอนรู้เข้าก็ตกใจและไม่พอใจจึงตำหนิศักยะที่ไม่ยอมเอาผอบแก้วไปถ่วงน้ำ และบอกให้ศักยะขายบ้านแล้วกลับไปนิวซีแลนด์เพื่อความปลอดภัย แต่ศักยะก็หาว่าแกเลอะเลือนและจะรื้อศาลพระภูมิทิ้ง ตาจอนห้ามไว้ก็ไม่เป็นผล ต่อมา เจ้าที่ได้มาเตือนตาจอนให้รีบออกจากบ้านให้เร็วที่สุดเพราะท่านคุ้มครองแก ไม่ได้แล้ว แต่ในที่สุด ตาจอนก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือของปีศาจพรายไปได้ หลังจากนั้นศักยะก็ให้เจ้าพรายช่วยเหลือเรื่องงานจนประสบความสำเร็จและมีราย ได้ดีขึ้น ต่อมา เจ้าพรายจะเอาชีวิตรัชต์แต่ศักยะก็ช่วยรัชต์ไว้ได้ ดังนั้น เจ้าพรายจึงเอาชีวิตไว เด็กรับใช้ในบ้านรัชต์ไปแทน ในวันเผาศพไว ศักยะรู้สึกร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟเผาแล้วเขาก็ไข้ขึ้นสูงและหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมา เขาก็พบว่าพิมมาเฝ้าพยาบาลเขา เขาจึงหลงรักพิมเต็มหัวใจ หลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของศักยะกับพิมก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่รัชต์กับเรนไม่รู้ วันหนึ่ง เข็มทอง แฟนสาวของไวบังเอิญได้ยินศักยะพูดกับเจ้าพราย เธอจึงไปฟ้องรัชต์เรื่องที่ศักยะพูดอยู่คนเดียวเพราะเธอระแวงศักยะอยู่แล้ว แต่ก็ไม่เป็นผล ศักยะต้องการจะกำจัดเข็มทองแต่เข็มทองคอยหลีกเลี่ยง อีกทั้งแม่ของรัชต์ให้เข็มทองไปช่วยงานที่ร้านเบเกอรี่ จึงยิ่งทำให้ศักยะไม่มีโอกาสได้พบเข็มทองอีก

เจ้าพรายให้ศักยะลงทุนใน ตลาดหุ้น สร้างทรัพย์สินเพิ่มพูนให้ชายหนุ่มอย่างเงียบเชียบและรวดเร็ว โดยที่ศักยะไม่บอกให้ใครรู้ ศักยะพาคุณตาเลิศไปดูบ้านของคุณปู่ ตาเลิศเล่าเรื่องเพื่อนของปู่ศักยะที่ชื่ออ้นที่อุตรินำหัวกะโหลกออกมาจากดง กล้วย แต่เมื่อเอาหัวกะโหลกกลับไปคืน เขากลับออกมาไม่ได้จึงอดตายอยู่ในนั้น เหมือนเป็นตัวตายตัวแทนของผีตายโหงเจ้าของหัวกะโหลก แม้ตำรวจมาสืบสวนก็ยังหาสาเหตุการตายไม่ได้ หลังจากนั้น ปู่ชัดก็ตัดสินใจเผาดงกล้วยจนสิ้นซาก ตาเลิศสังเกตเห็นว่าศาลเจ้าที่หายไปและเมื่อเห็นรูปปู่ชัด ตาเลิศก็ทักว่าหน้าตาปู่ชัดในรูปดูเศร้าหมองแบบที่ไม่เห็นมาก่อน ศักยะยกไม้เท้าที่เคยเป็นของปู่ให้ตาเลิศ และยังให้เรนกับคุณตาไปอยู่บ้านเดี่ยวหลังใหม่ที่เขาซื้อไว้ชั่วคราวในระ หว่างที่เรนหาบ้านหลังใหม่ แต่คุณตาเลิศไม่อยากอยู่ที่บ้านหลังนี้ เพราะรู้สึกร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก

ธุรกิจของรัชต์ประสบปัญหาและ อุปสรรคมากขึ้นเรื่อยๆ พ่อของรัชต์ถูกหามเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ในขณะที่ศักยะประสบความสำเร็จเพราะเขามีเจ้าพรายคอยกระซิบบอกว่าจะทำอย่างไร ต่อไป มันแนะนำให้ศักยะลงทุนในตลาดหุ้นต่อไปและซื้อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของรัชต์ มาเป็นของตนในนามของ เอสวายเรียลเอสเตท รัชต์ไม่ระแคะระคายเลยว่าเจ้าของเอสวายเรียลเอสเตทก็คือศักยะนั่นเอง จนวันที่ศักยะเข้าไปประกาศกับเขาในห้องทำงาน รัชต์ตกตะลึงอย่างนึกไม่ถึง ศักยะอวดอ้างตัวเองและบอกว่าจะจ้างรัชต์กับเรนเป็นพนักงานในบริษัทที่เขา ซื้อไว้ ซึ่งเดิมเคยเป็นของพ่อแม่รัชต์มาก่อน ทำให้รัชต์เจ็บปวดและไม่พอใจมาก รัชต์ปฏิเสธงานที่ศักยะเสนอให้ ศักยะทำเป็นใจกว้างให้รัชต์ใช้บ้านคุณปู่เขาเป็นออฟฟิศต่อไปได้ฟรีๆโดยไม่ คิดค่าเช่า แต่เรนกับรัชต์ไม่อยากอยู่ที่บ้านหลังนี้อีกต่อไปแล้วจึงมองหาสถานที่ใหม่ สำหรับทำเป็นออฟฟิศ

พิมบอกเลิกรัชต์โดยอ้างว่าเขาไม่ค่อยมีเวลาให้เธอ เรนรู้ว่าพิมหันไปคบกับศักยะแต่ไม่กล้าบอกนาย เข็มทองย้ายมาทำงานที่ออฟฟิศเดียวกับเรน หลังจากกิจการของแม่รัชต์ต้องล้มเลิกไป ตาเลิศมาช่วยงานที่ออฟฟิศบ้างเพราะรู้สึกไม่ชอบมาพากล และยังได้ยินเรื่องแปลกๆที่เข็มทองเล่าให้ฟังอีกด้วย ความสัมพันธ์ของศักยะกับพิมแนบแน่นจนเป็นที่รู้กันว่าเธอคือว่าที่เจ้าสาว ของเขา ศักยะได้ทุกอย่างตามที่เจ้าพรายรับปากไว้ มันจึงกลับมาทวงผู้หญิงที่เคยขอศักยะเป็นข้อแลกเปลี่ยน ศักยะจึงหลอกพาเข็มทองมาฆ่าและเอาศพของเธอใส่ถุงดำไปทิ้ง ต่อมาศักยะถูกเรียกตัวไปสอบปากคำ และชายหนุ่มก็ขอให้เจ้าพรายช่วยไม่ให้ตำรวจพบรอยเลือดในโกดังที่เขาฆ่าเข็ม ทอง มันแนะนำว่าต้องให้ไฟไหม้โกดังทำลายหลักฐานทั้งหมดซึ่งหมายความว่าไฟต้อง ไหม้บ้านทั้งหลังด้วย ศักยะรู้สึกเสียดายบ้านแต่จำใจตอบตกลงเพราะไม่อยากให้เรื่องยุ่งยากไปกว่า นี้ ตำรวจจึงยังหาฆาตกรตัวจริงไม่ได้

รัชต์ย้ายออฟฟิศมาอยู่ในสำนัก งานเล็กๆกึ่งทาวน์เฮาส์ เขาเลื่อนขั้นเรนขึ้นเป็นหุ้นส่วนของเขา ทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้น ต่อมา ศักยะแต่งงานกับพิม พิไล (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) รู้ข่าวก็ โทรมาต่อว่าที่ลูกชายแต่งงานโดยไม่บอกให้แม่รู้สักคำ ศักยะอ้างว่าไม่อยากให้แม่ต้องปิดร้านและฝ่ายเจ้าสาวก็ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้ง หมด แต่แม้นฤกษ์ (ภาณุเดช วัฒนสุชาติ) พ่อเลี้ยงของศักยะสงสัยว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล จึงยุให้พิไลเดินทางมาหาลูกชายที่เมืองไทย หลังจากเรนกับตาเลิศย้ายเข้ามาอยู่บ้านใหม่ คุณตาก็ผูกมิตรกับเพื่อนบ้านจนสนิทสนมกันดีและได้ว่าจ้างเกษมและภรรยามาช่วย ดูแลบ้าน ทั้งสองคุยกันถูกคอจนได้รู้ว่าที่แท้แล้วเกษมเป็นลูกชายของตาจอนนั่นเอง เมื่อตาเลิศได้ฟังเรื่องตาจอนจากเกษมแล้วก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากลแต่ยังไม่ กล้าเล่าให้เรนฟัง คืนหนึ่ง ตาจอนมาปรากฏตัวให้รัชต์ เรน และตาเลิศเห็น พร้อมทั้งเตือนให้ระวังตัวและหนีไปให้ไกลที่สุด แต่ทั้งตาเลิศและเรนต่างไม่ยอมย้ายไปอยู่ที่ไหน รัชต์จึงอาสาย้ายมาอยู่เป็นเพื่อนสองตาหลานที่บ้านหลังนี้ วันหนึ่ง ตาเลิศเกือบถูกรถกระบะพุ่งชนแต่แกใช้ไม้เท้าของหลวงสินาดยันไว้ได้ทันจึงรอด มาได้หวุดหวิด แกจึงรู้ตัวว่าเจ้าปีศาจร้ายต้องการเอาชีวิตแกเป็นรายต่อไป

แม้น ฤกษ์กลับมาเมืองไทยพร้อมพิไล จึงมาเยี่ยมลูกสาวซึ่งก็คือเรนที่บ้าน เขายุยงพิไลให้ขอบ้านจากศักยะโดยอ้างว่าอยากขายร้านอาหารแล้วกลับมาอยู่ เมืองไทย แต่ศักยะรู้ทันจึงไม่ยอมยกบ้านให้ วันหนึ่ง แม้นฤกษ์ให้เรนไปส่งเขาที่บ้าน จึงได้พบศักยะกำลังคุยอยู่กับพิไล ศักยะและเรนจึงรู้ว่าที่แท้พ่อเลี้ยงของศักยะ ก็คือพ่อแท้ๆของเรนนั่นเอง ภายในหนึ่งเดือนที่พิไลและแม้นฤกษ์อยู่ที่เมืองไทย แม้นฤกษ์ผลาญเงินของลูกเลี้ยงไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ศักยะโกรธมากจึงไประบายกับเจ้าพรายว่าอยากให้แม้นฤกษ์ไปลงนรกเสีย เจ้าพรายจึงจัดการแม้นฤกษ์จนจมน้ำตาย คืนหนึ่ง เจ้าพรายปรากฏตัวขึ้นในความฝันของศักยะ ทวงสิ่งตอบแทนว่ามันต้องการให้เขาทำลายไม้เท้าของนายเลิศเสีย วันหนึ่ง ศักยะสามารถขโมยไม้เท้าตาเลิศมาได้สำเร็จโดยหารู้ไม่ว่าที่แท้ไม้เท้าของ หลวงสินาดฯยังอยู่กับตาเลิศ แต่ไม้เท้าที่ศักยะเผาทำลายไปนั้นเป็นไม้เท้าที่คุณตาใช้ประจำ

รัชต์ ติดต่อกับพิมทำให้ศักยะหึงหวง ทั้งคู่จึงทะเลาะกัน พิมหนีออกจากบ้าน ศักยะสั่งให้พรายตามเธอไป หากไปหาชู้ก็ให้ฆ่าทั้งคู่ พิมจะสามารถรอดพ้นเงื้อมมือของเจ้าพรายไปได้หรือไม่ บทสรุปของศักยะและเจ้าพรายจะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามชมได้ใน เงาพราย


freedom

ชีวิต..เหลืออยู่กับความฝัน สู้ๆ

0 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

เว้บไซต์ พิษณุโลกไลฟ์ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับการ โพสและแสดงความคิดเห็นสำหรับสมาชิกเท่านั้น

หากคุณต้องการเริ่มหัวข้อใหม่ หรือแสดงความคิดเห็นกรุณาสมัครสมาชิก ผ่านระบบสมัครสมาชิก Facebook Login

คลิกที่นี่เพื่อไปยังหน้าสมัครสมาชิก (Login)