ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ใต้เมืองพิษณุโลกประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานที่มีมาก่อนสมัยสุโขทัย แต่ไม่มีหลักฐานปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง วัดจุฬามณีเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งซึ่งมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจดังนี้
ตามประวัติกล่าวว่าสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้สร้างพระวิหารและเสด็จออกผนวชที่วัดนี้ เมื่อปี พ.ศ.2007 เป็นเวลา 8 เดือน 15 วัน ในครั้งนั้นได้มี ข้าราชบริพารโดยเสด็จออกบวชถึง 2,348 รูป วัดจุฬามณีคงจะร้างมาตั้งแต่เสียกรุงศรีอยุธยา ครั้นมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการค้นหาวัดจุฬามณี โดยเข้าใจว่าน่าจะอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนมาถึงในสมัยรัชกาลที่5 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากรมขุนลพบุรีราเมศวร์ เสด็จออกตรวจราชการหัวเมืองฝ่ายเหนือ เมื่อพ.ศ.2451 ทรงพบวัดจุฬามณีที่จ.พิษณุโลก โดยพบหลักฐานสำคัญคือ ศิลาจารึกที่มณฑปพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้โปรดให้สร้างขึ้น ซึ่งในแผ่นจารึกมีใจความสรุปได้ว่า เมื่อ พ.ศ.2221 สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงมีพระบรมราชโองการให้ใช้ผ้าทาบรอยพระพุทธบาทสลักลงในแผ่นหิน และพระราชทานไว้เป็นที่กราบไหว้ของฝูงชน ปัจจุบันแผ่นศิลาจารึกนี้ ยังคงอยู่ที่พนักหน้ามณฑปพระพุทธบาทตามเดิม
ตามประวัติกล่าวว่าสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา ได้สร้างพระวิหารและเสด็จออกผนวชที่วัดนี้ เมื่อปี พ.ศ.2007 เป็นเวลา 8 เดือน 15 วัน ในครั้งนั้นได้มี ข้าราชบริพารโดยเสด็จออกบวชถึง 2,348 รูป วัดจุฬามณีคงจะร้างมาตั้งแต่เสียกรุงศรีอยุธยา ครั้นมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการค้นหาวัดจุฬามณี โดยเข้าใจว่าน่าจะอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนมาถึงในสมัยรัชกาลที่5 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากรมขุนลพบุรีราเมศวร์ เสด็จออกตรวจราชการหัวเมืองฝ่ายเหนือ เมื่อพ.ศ.2451 ทรงพบวัดจุฬามณีที่จ.พิษณุโลก โดยพบหลักฐานสำคัญคือ ศิลาจารึกที่มณฑปพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้โปรดให้สร้างขึ้น ซึ่งในแผ่นจารึกมีใจความสรุปได้ว่า เมื่อ พ.ศ.2221 สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงมีพระบรมราชโองการให้ใช้ผ้าทาบรอยพระพุทธบาทสลักลงในแผ่นหิน และพระราชทานไว้เป็นที่กราบไหว้ของฝูงชน ปัจจุบันแผ่นศิลาจารึกนี้ ยังคงอยู่ที่พนักหน้ามณฑปพระพุทธบาทตามเดิม



ข่าวประชาสัมพันธ์


